|

 หาดแหลมสิงห์
เป็นชายหาดยาวร่มรื่นด้วยแนวสน มีร้านอาหารเปิดบริการเรียงรายไปตามหาด เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนและรับประทานอาหาร หาดแหลมสิงห์อยู่ที่อำเภอแหลมสิงห์ ห่างจากจันทบุรีไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางไปจังหวัดตราด ถึงกิโลเมตรที่ 347 มีทางแยกขวาเข้าถึงตัวหาดประมาณ 16 กิโลเมตร หน้าหาดมีเรือให้เช่าไปเที่ยวเกาะจุฬา ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
วนอุทยานเขาแหลมสิงห์
ป่าเขาแหลมสิงห์ มีพื้นที่ทางบกทั้งหมด 650 ไร่ เหตุที่เรียกเขาลูกนี้ว่า "แหลมสิงห์" เพราะว่าทางด้านหน้าของเขา มีหินเป็นแก่งเกาะ ยื่นโชว์ล้ำออกไปทางทะเล ซึ่งน่ามหัศจรรย์คือหินก้อนนั้นมีรูปร่างคล้ายสิงโต ขนาดลำตัวยาวประมาณ 4 เมตร และเป็นที่เคารพสักการะของชาวประมงอย่างยิ่ง วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2526 ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี มีพื้นที่ทั้งทางบก ทางทะเล และพื้นที่ทางเกาะ รวมแล้วมีพื้นที่ทั้งหมด 15.2 ตารางกิโลเมตร หรือ 9,500 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพพื้นที่เป็นภูเขาขนาดเล็ก และทางตอนใต้ของป่ามีลักษณะพื้นที่ลาดไปทางทะเล มีหาดทรายสวยงาม
ลักษณะป่าและพันธุ์ไม้
สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดงดิบแล้ง และป่าชายหาด มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น กฤษณา กะบก ตะแบก กระท้อนป่า หว้า เสม็ดแดง และตีนเป็ด เป็นต้น
พืชและสัตว์ทะเล
ตามบริเวณหาดและเกาะของวนอุทยานฯ มีพืชและสัตว์ทะเลที่สวยงามตามธรรมชาติ เช่น ฟองน้ำทะเล สาหร่ายทะเล โดยเฉพาะปะการัง ส่วนสัตว์น้ำที่พบได้แก่ หอยนมสาว หอยเม่น หอยจอบ ฯลฯ สัตว์จำพวกปูและยังมีปลาทะเลแทบทุกชนิด สัตว์ป่า สัตว์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากคือ ลิงแสม ส่วนสัตว์เล็กที่พบได้แก่ กระรอกบินเล็กสีส้ม กระจงเล็ก ไก่ป่า และนกนานาชนิด เป็นต้น
การเดินทาง
สามารถเดินทางจากอำเภอท่าใหม่ ไปตามเส้นทางสาย ท่าใหม่ - บางกะไชย ระยะทาง 25 กิโลเมตร ผ่านวัดเขาแหลมสิงห์ ไปถึงที่ทำการวนอุทยานซึ่งอยู่ที่เขาแหลมสิงห์ สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของชายทะเลได้กว้างไกล เป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้อย่างงดงาม และสามารถเดินทางได้อีกทาง โดยเช่าเรือจากหาดแหลมสิงห์ไปประมาณ 400 เมตร ถึงหาดอ่าวกระทิง และเดินเท้าขึ้นเขาด้านหลังหาดอีก 400 เมตร ก็จะถึงที่ทำการวนอุทยาน
วนอุทยานเขาแหลมสิงห์มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุดได้แก่
- เขาแหลมสิงห์
เป็นภูเขาขนาดเล็ก ด้านหน้าเขามีหินที่ยื่นล้ำออกไปในทะเลคล้ายรูปสิงห์หมอบ มีหัว ลำตัว หาง เท้า และดวงตา บริเวณใกล้กันนี้มีป้อมปืนไพรีพินาศที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ถัดจากที่ทำการฯ ลงไปยังหาดอ่าวกระทิง เป็นชายหาดเล็กๆ เหมาะแก่การตั้งแคมป์ แต่นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไปเอง
- อ่าวกระทิง
เป็นหาดทรายยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มีความสะอาดและสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณหาดมีที่สำหรับกางเต็นท์พักแรมให้กับนักท่องเที่ยว
- อ่าวยาง ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของวนอุทยานฯ จัดได้ว่าเป็นหาดทรายที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของวนอุทยานเขาแหลมสิงห์
- เกาะนมสาว
มีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 110 เมตร มีชายหาดอยู่ทางทิศเหนือของเกาะ ยาวประมาณ 300 เมตร ทางทิศใต้เป็นหน้าผาสูงชัน ทิศเหนือจะมีแนวปะการังที่สวยงามเหมาะแก่การชมปะการังเป็นอย่างมาก
- เกาะจุฬา
เป็นเกาะเล็กๆ มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 14 เมตร มีชายหาดยาวประมาณ 50 เมตร
เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม ตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 18.00 น. ทุกวัน
 คุกขี้ไก่
คุกขี้ไก่ตั้งอยู่ที่ ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี มีลักษณะสถาปัตยกรรม
เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสลบเหลี่ยม ขนาดกว้างยาวด้านละ 4.40 เมตร สูง 7 เมตร หลังคาของเดิมเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง รูปทรงปิรามิด ปัจจุบันชำรุดหมดสภาพไปแล้ว มีประตูช่องทางออก 1 ช่อง และมีช่องระบายลม 2 ชั้นในทุกด้าน ในอดีตรอบป้อมจะมีน้ำล้อม 3 ด้าน
ความสำคัญ อาคารคุกขี้ไก่เป็นหลักฐานยืนยันเรื่องราวความเป็นมาในยุคแสวงหาเมืองขึ้นของชาติตะวันตก ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อรักษาบ้านเมืองไว้ คุกขี้ไก่นี้สร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศส เมื่อครั้งเข้ายึดครองจันทบุรี ในปี พ.ศ. 2436 (หรือ ร.ศ. 112) พร้อมกับการสร้างตึกแดง แต่เดิมเชื่อกันว่าพวกฝรั่งเศสสร้างเป็นป้อม เรียกกันโดยทั่วไปว่า "ป้อมฝรั่งเศส" โดยฝรั่งเศสจะจับนักโทษขังไว้ในป้อมนี้แล้วเลี้ยงไก่ไว้ข้างบน ให้ไก่ขี้รดหัวนักโทษ ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า "คุกขี้ไก่"
 ตึกแดง
ตั้งอยู่ริมทะเลหาดแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมือง จังหวัดจันทบุรี 30 กิโลเมตร ลักษณะ เป็นอาคารตึกชั้นเดียว สร้างด้วยอิฐสอปูน กว้าง 7 เมตร ยาว 32 เมตร เดิมทาสีแดง จึงเรียกว่า "ตึกแดง" ภายในแบ่งเป็น 5 ห้อง มีประตูเปิดถึงกันหมด มีระเบียงทั้งสองข้างตามแนวยาว ความสำคัญ ตึกแดงเป็นอาคารที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 (หรือ ร.ศ.112) ในบริเวณป้อมพิฆาตข้าศึก โดยรื้ออิฐจากป้อมมาสร้าง เพื่อใช้ตึกนี้เป็นกองรักษาการณ์ และที่พักนายทหารที่รักษาปากน้ำแหลมสิงห์ ในครั้งนั้นฝรั่งเศสซึ่งแผ่อิทธิพลเข้าครอบครองญวนและเขมรได้หาเหตุรุกรานไทย โดยอ้างว่าดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง คือราชอาณาจักรลาวเกือบทั้งหมด (รวมทั้งแคว้นสิบสองจุไท) เคยเป็นของญวนและเขมรมาก่อน จึงถือโอกาสเข้ายึดครอง ทำให้เกิดสู้รบกับไทย ครั้งนั้นไทยต้องเสียค่าปรับราว 4 ล้านบาท แต่ก่อนที่จะจ่ายค่าเสียหาย ฝรั่งเศสยึดจันทบุรีไว้เป็นประกันราว 11 ปี (พ.ศ. 2436-2446)
จากวิกฤตการณ์ในครั้ง ร.ศ. 112 นี้ ทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนครั้งสำคัญ ราชอาณาจักรลาวเกือบทั้งหมด รวมทั้งสิบสองจุไทต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 143,800 ตารางกิโลเมตร พลเมืองประมาณ 600,000 คน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงดำเนินวิเทโศบายหลายประการ ในด้านต่างประเทศ ทรงแสวงหามิตรประเทศทางยุโรป ซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจ เช่น รัสเซีย เยอรมันนี เพื่อคานอำนาจกับฝรั่งเศส รวมทั้งการเสด็จฯ เยือนประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพระราชกรณียกิจในคราวปราบม้าพยศ ได้สร้างความประทับใจแก่ชาวฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก (เรื่องจากประวัติ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ธนบุรี)
ส่วนด้านการจัดการบ้านเมืองในประเทศ โปรดเกล้าฯ ให้กระจายอำนาจการปกครองแบ่งออกเป็นมณฑล ย้ายที่ว่าการมณฑลปราจีนบุรี จากเมืองปราจีนบุรีมาอยู่ที่ฉะเชิงเทรา เพื่อให้อยู่ใกล้ชิดจุดกันชน ทรงริเริ่มให้มีกิจกรรมรถไฟ ไปรษณีย์ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ราษฎรภูมิใจในความเป็นไทย เกิดความรักหวงแหนแผ่นดินเพิ่มเป็นทวีคูณ โบราณสถานตึกแดงในปัจจุบัน ได้ถูกใช้เป็นอาคารห้องสมุดและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอแหลมสิงห์ ได้รับการบูรณะครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527 ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในปี พ.ศ. 2528
 โอเอซีส ซีเวิลด์
ตั้งอยู่ที่ 48/2 หมู่ 5 ตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า
68 ไร่ เป็นสถานที่ เพาะพันธุ์และอนุรักษ์โลมา ซึ่งมีอยู่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์หัวบาตร และพันธุ์ปากขวด
การแสดงของปลาโลมามีให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น. -
18.00 น. วันละ 5 รอบคือ 09.00, 11.00,13.00, 15.00 และ17.00 น. วันหยุดราชการ เสาร์ และอาทิตย์ เพิ่มรอบ 07.00 น. นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเล่นน้ำกับโลมา มีบริการอาหารทะล อาหารพื้นเมือง และกิจกรรมดอร์ฟินแคมป์
การเดินทางไปที่โอเอซีส ซีเวิลด์ ใช้เส้นทางที่จะไปตัวอำเภอแหลมสิงห์
ก่อนถึงท่าน้ำแหลมสิงห์จะมีทางแยกทางขวา (บริเวณสถานีตำรวจแหลมสิงห์)
ตรงเข้ามาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงโอเอซีส ซีเวิลด์
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 90 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ 180 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม
โทร. 0 3939 9015, 0 3936 3238-9 โทรสาร 0 3939 9015
 อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
น้ำตกพลิ้ว เดิมมีฐานะเป็นวนอุทยาน และเป็นผืนป่า 1 ใน 14 แห่ง รัฐบาลเห็นสมควรจัดตั้งเป็น อุทยานแห่งชาติ ต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็น อุทยานแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติเขาสระบาป" ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว" มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอแหลมสิงห์ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 134.5 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 11 ของประเทศไทย
สภาพภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เป็นป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูง สลับซับซ้อน มียอดเขามาบหว้ากรอก เป็นยอดเขาสูงที่สุด สูงประมาณ 924 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย
จากความสมบูรณ์ของสภาพพื้นที่ของผืนป่าแห่งนี้ จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า หลายชนิด เช่น เสือ หมี เลียงผา เก้ง ลิงกัง เม่น กระจง ลิ่นชวา ชะนีมงกุฎ นกนานาชนิด เป็นต้น
แหล่งท่องเที่ยวและจุดเด่นที่น่าสนใจ
น้ำตกพลิ้ว
ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหล ทะแยงเฉียงออกมาจากราวป่าที่เขียวครึ้ม มีสายน้ำที่ใสมาก อีกทั้งยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่และมีปลาพลวงอาศัยอยู่จำนวนมาก
อลงกรณ์เจดีย์
สร้างด้วยศิลาแลงเมื่อ พ.ศ. 2419 โดยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก ในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว พร้อมกับพระนางเจ้า สุนันทากุมารีรัตน์ ทั้งสองพระองค์ทรงโปรดปรานน้ำตกพลิ้วมาก
สถูปพระนางเรือล่มอลงกรณ์เจดีย์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2424 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและความอาลัยของ พระองค์ที่ทรงมีต่อ พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระอัครมเหสี ภายในสถูปบรรจุพระอังคารของพระนางไว้ส่วนหนึ่งด้วย
น้ำตกตรอกนอง
น้ำตกมี 3 ชั้น ชั้นล่างสุดเรียกว่า "น้ำตกไม้ชี้" ถัดไปเป็น "น้ำตกกลาง" ชั้นบนสุด เรียกว่า "น้ำตกตรอกนอง" ในบริเวณน้ำตกยังถ้ำพระเจดีย์ อยู่บนไหล่เขาพระเจดีย์ ลักษณะเป็นก้อนหินใหญ่คล้ายเจดีย์ ชาวบ้านเรียกว่า "เขาพระเจดีย์"
น้ำตกคลองนารายณ์
อยู่ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากถนนสาย จันทบุรี-ตราด ประมาณ 2 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการเดินป่า ศึกษาธรรมชาติชมความงามของหมู่พฤกษาและน้ำตก บริเวณ น้ำตกมีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็น1 ใน 18 แห่งทั่วประเทศ ใช้ใน พิธีกรรมทำเป็นน้ำมุรธาภิเษกในพิธีบรมราชาภิเษกในพระบรมมหาราชวัง และยังเป็นที่ประดิษฐานของจุลสีห์จุมพตเจดีย์ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงโปรด สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่พระองค์เคยเสด็จประพาสและประทับค้างแรมที่บริเวณน้ำตก
น้ำตกมะกอก
เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 2 ชั้น มีลำธาร น้ำใสไหลตลอดทั้งปี
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ตั้งอยู่ไม่ห่างจากจังหวัดจันทบุรีมากนัก เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 ระหว่างจังหวัด จันทบุรี-ตราด ตรงหลัก กม.ที่ 347 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าสวัสดิการของอุทยานแห่งชาติ บ้านพัก ค่ายพักแรม สถานที่กางเต็นท์ โทรศัพท์สาธารณะ ห้องน้ำ และห้องสุขาไว้บริการ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 18.00 น.
ค่าธรรมเนียมสำหรับ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท ค่าธรรมเนียมสำหรับ ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท และเด็ก 200 บาท
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 3943 4528
วัดมังกรบุปผาราม
หรือวัด "เล่งฮัวยี่" ในภาษาจีน ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท บริเวณหลักกิโลเมตรที่
345 ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง จันทบุรี ประมาณ 12 กิโลเมตร
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2520


เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายมหายาน มีศาลาและพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยกระเบี้องโมเสส เป็นลวดลายต่างๆ อย่างสวยงาม วัดแห่งนี้มีงานประจำปีที่สำคัญ 2 งาน คือ งานบุญกฐิน จะจัดขึ้นหลังช่วงเทศกาลออกพรรษา และงานทำบุญประจำปีของวัดซึ่งจะจัดขึ้นหลังวันตรุษจีน 21 วัน
วัดชากใหญ่
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ บนทางหลวงหมายเลข 3149 ทางแยกเข้าอำเภอแหลมสิงห์ จากถนนสุขุมวิทเข้าไปประมาณ 500 เมตร ภายในวัดมีประติมากรรม ที่แสดงเรื่องราวในพุทธประวัติและตอนแสดงธรรมโปรดบุคคลต่างๆ ซึ่งล้วนมีลักษณะที่สวยงามและมีแผ่นป้ายอธิบายเรื่องราวของประติมากรรมนั้นๆ อีกด้วย
 หมู่บ้านทอเสื่อบางสระเก้า
อยู่ที่ ต.บางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ เป็นอีกหมู่บ้าน หนึ่งที่นำกกมาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ต่างๆ สนใจติดต่อได้ที่ คุณสุริยา แก่นจันทร ์โทร. 0 3945 0585, 0 3945 0587
ท่องเที่ยวเชิงนิเวศคลองยายดำ
ล่องเรือท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัมผัสกับธรรมชาติและวิถีชีวิตเรียบง่ายกับการพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์ ชมการเพาะเลี้ยง กุ้ง หอย ปู ปลาในกระชังป่าริมชายเลนที่มีความ อุดมสมบูรณ์ด้วยพืช และสัตว์น้ำนานาชนิด ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3936 3274
บ้านรังนก
ชมบ้านรังนกนางแอ่นทะเลท่ามกลางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก พร้อมชิม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รังนกคุณภาพแท้ 100% รับนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ สนใจ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อคุณปัญญา โทร. 0 1652 1357 คุณกอบกุล โทร. 0 6777 7993 |